0

Pharma Nord Bio Fiber ฟาร์มา นอร์ด ไบโอ ไฟเบอร์ 120 เม็ด

Pharma Nord Bio Fiber ฟาร์มา นอร์ด ไบโอ ไฟเบอร์ 120 เม็ด


Bio Fiber ไฟเบอร์ธรรมชาติดีสำหรับระบบย่อยอาหาร

  • เส้นใยอาหารธรรมชาติจากหัวชูการ์บีท (sugar beets) 
  • เส้นใยอาหารธรรมชาติจากเปลือกเลมอน (lemon peel)
  • ปริมาณเส้นใยอาหารสูง: ประมาณ 70%
  • ประกอบด้วยเส้นใยอาหารชนิดที่ละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ
  • ผลิตภายใต้มาตรฐานการผลิตยาประเทศเดนมาร์ก
  • เหมาะสำหรับผู้ที่ทานมังสวิรัติและวีแกน
SKU
VAH-0007
น้ำหนัก
290 กรัม
ราคา
495
396 บาท

ผลิตภัณฑ์ เสริมอาหาร ไบโอ-ไฟเบอร์ 80 (Bio-Fiber) เป็นผลิตภัณฑ์เส้นใยอาหารจากธรรมชาติในรูปแบบเม็ด ปราศจากสารเติมแต่ง 

แต่ละเม็ดประกอบไปด้วยส่วนผสมจากเส้นใยอาหารจากพืชผัก 460 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นทั้งชนิดที่ละลายน้ำและไม่ละลายน้ำจากผิวเลมอนและหัวชูการ์บีท 

เพื่อทดแทนอาหารที่มีเส้นใยอาหารต่ำที่เราบริโภคกันในปัจจุบัน 

ผลิตภัณฑ์ ไบโอ-ไฟเบอร์ จะช่วยทำให้ระบบทางเดินอาหารดีขึ้นเนื่องจากจะช่วยให้ร่างกายกำจัดเอาของเสียออกไปได้ง่าย

ในขณะเดียวกันยังช่วยให้ลำไส้ทำงานได้ดีขึ้นด้วย โภชนาการที่สมดุลควรมีเส้นใยทั้งชนิดละลายน้ำได้และที่ไม่ละลายน้ำ 

ไบโอ-ไฟเบอร์ประกอบด้วยเส้นใยอาหารทั้งสองชนิดในเม็ดเดียวกัน

เส้นใยอาหารสามารถพบได้ในอาหารทั่วไปซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่ง ที่ไม่สามารถย่อยสลายให้กลายเป็นแป้งและน้ำตาลได้ด้วยน้ำย่อยหรือเอ็นไซม์ในทางเดินอาหาร


เส้นใยอาหารที่ละลายน้ำได้

เส้นใยอาหารแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ เส้นใยอาหารที่ละลายน้ำได้ และ เส้นใยอาหารที่ไม่ละลายน้ำโดยเส้นใยที่ละลายน้ำได้นี้เมื่อผสมกับของเหลว จะมีลักษณะคล้ายวุ้นและพองตัวได้ถึง 15 เท่าจึงช่วยเพิ่มมวลอาหารทำให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้นและช่วยชะลออาหารให้ เคลื่อนผ่านสู่ลำไส้เล็กช้าลง


เส้นใยอาหารที่ไม่ละลายน้ำ

เส้นใยอาหารที่ไม่ละลายน้ำสามารถดูดซับน้ำได้บางส่วนแต่ไม่มาก เส้นใยชนิดนี้จะช่วยลดระยะเวลาที่อาหารค้างอยู่ในทางเดินอาหาร และเช่นเดียวกับ เส้นใยชนิดละลายน้ำที่ทำให้รู้สึกอิ่มเร็ว นอกจากนี้ เส้นใยอาหารยังถูกแปรสภาพเปลี่ยนเป็นอาหารให้แก่เชื้อแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้


ข้อแตกต่างเส้นใยอาหารแต่ละชนิด


เซลลูโลส (Cellulose) 

จัดเป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่งที่ร่างกายไม่สามารถย่อยได้ เนื่องจากในร่างกาย เราไม่มีเอ็นไซม์ที่ช่วยย่อยเซลลูโลส เซลลูโลสเป็นส่วนประกอบในผนังเซลล์ของพืช และแหล่งเซลลูโลสที่ดีได้แก่ ผักและผลไม้ เซลลูโลสมีคุณสมบัติดูดซับของเหลวได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น


เฮมิเซลลูโลส (Hemicellulose) 

จัดเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ไม่สามารถย่อยได้เช่นเดียวกับเซลลูโลส โดย เฮมิเซลลูโลส (Hemicellulose) และเพคติน (pectin) จะรวมตัวประกอบกันเพื่อห่อหุ้ม ชั้นเซลลูโลส ในผนังเซลล์ของพืช


เพคติน (Pectin) 

จัดเป็นใยอาหารที่ไม่สามารถย่อยได้ พบในผนังเซลล์พืช ยกเว้นในพืชชนิดไม้เนื้อแข็ง ปกติ เพคติน ในผลไม้ดิบจะไม่ละลายน้ำ แต่จะสามารถละลายน้ำได้มากขึ้นจากฏิกิริยาที่เกิดจากเอ็นไซม์เมื่อกลายเป็นผลไม้สุก ผลิตภัณฑ์จาก เพคตินสามารถใช้ทำวุ้นได้


ลิกนิน (Lignin) 

ไม่จัดเป็นสารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต แต่เป็นสารอีกจำพวกหนึ่ง ซึ่งประกอบอยู่ในผนังเซลล์ของพืชและมีปริมาณที่แตกต่างกันตามแต่ละชนิดของพืช ลิกนินเป็นตัวช่วยทำให้เนื้อเยื่อไม้แข็ง และร่างกายมนุษย์ไม่สามารถย่อยลิกนินได้

อาหารที่บริโภคในปัจจุบันแตกต่างจากในอดีตเป็นอย่างมาก ในอดีตอาหารส่วนใหญ่จะเป็นพวกธัญพืชที่มีใยอาหารสูงจากผักและผลไม้ แต่ในปัจจุบันอาหารส่วนใหญ่ที่เป็นอาหารที่ผ่านการแปรรูปมากขึ้น ซึ่งมีปริมาณใยอาหารเพียงเล็กน้อยเท่านั้น


ปกติในลำไส้คนเรามีเชื้อแบคทีเรียอยู่หลากหลายประมาณ 160 ชนิด ในปริมาณมากถึง 1-2 กิโลกรัม เชื้อแบคทีเรียเหล่านี้จะช่วยย่อยสลายโปรตีนที่ย่อยยาก และคาร์โบไฮเดรตจาก อาหารที่เราบริโภค เชื้อแบคทีเรียเหล่านี้จะต้องพึ่งเส้นใยอาหารที่เราได้รับ ดังนั้นอาหารที่เรารับประทานทุกวันจึงมีความสำคัญต่อจำนวน และการกระจายความหลากหลายของสายพันธุ์ที่แตกต่างกันของแบคทีเรียเหล่านี้


นอกจากการแปรสภาพเส้นใยจากอาหารที่เรารับประทาน แบคทีเรียในลำไส้ยังเป็นตัวหลั่งสารสื่อประสาทต่างๆที่มีผลต่อระบบเผาผลาญของร่างกาย ตัวควบคุมความอยากอาหาร และการทำงานระบบภูมิคุ้มกันโดยเซลล์ต่อมน้ำเหลือง (lymphoid cells)ที่อยู่ในเยื่อบุผนังลำไส้ (intestinal mucosa) อีกด้วย


วิธีการเพิ่มการรับประทานเส้นใยอาหาร

หากร่างกายไม่เคยชินกับการได้รับเส้นใยอาหารในขนาดสูง เมื่อมีการรับเส้นใยอาหารมากขึ้นอาจส่งผลให้เกิดก๊าซในลำไส้เพิ่มมากขึ้นซึ่งทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้ตามมาได้ ดังนั้นเมื่อมีการเพิ่มปริมาณเส้นใยอาหารจากการรับประทานอาหารจึงควรค่อยๆเพิ่มปริมาณขึ้นที่ละเล็กน้อยอย่างช้าๆ เพื่อให้ระบบย่อยอาหารได้มีการปรับตัว และควรปฏิบัติแบบนี้เช่นเดียวกันเมื่อรับประทานเส้นใยอาหารในรูปแบบเม็ด เริ่มต้นด้วยการรับประทาน ไบโอ-ไฟเบอร์ วันละ4เม็ด และเพิ่มปริมาณการรับประทานสัปดาห์ละ2เม็ดจนถึงปริมาณที่ต้องการต่อวัน

สินค้าที่คล้ายกัน